ขั้นตอนที่ 1 |
|
| ขั้นตอนที่ 2 ควรเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีความสามารถในการทำความเย็นให้เหมาะสมกับพื้นที่ห้องวิธีการคำนวณ เบื้องต้นคือ ความเย็นที่ห้องนอนต้องการคือ 800 บีทียู / ตรม. ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่นต้องการ 800 หรือ 1000 บีทียู / ตรม. ส่วนพื้นที่สาธารณะ เช่น ห้องอาหารต้องการมากกว่า 1000 บีทียู / ตรม |
|
| ขั้นตอนที่ 3 ชนิดของเครื่อง ต้องเลือกให้เหมาะสมกับลักษณะ ของห้องที่จะติดตั้งด้วย เครื่องปรับอากาศที่นิยมใช้ในบ้านอยู่อาศัย ปัจจุบันมีจำหน่ายอยู่ 3 ชนิด คือ เครื่องปรับอากาศชนิดติดตั้งหน้าต่าง จะเหมาะสมกับห้องที่มีลักษณะที่ติดตั้งวงกบหน้า ต่างติดช่องกระจก ช่องแสงติดตาย บานกระทุ้ง บาน เกร็ด การติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ชนิดนี้จะทำได้ง่ายและสะดวกกว่า เครื่องปรับอากาศชนิดแยกส่วนติดฝาผนัง คือ แขวนจะเหมาะกับห้องที่มีลักษณะผนังทึบ จะติดตั้งได้สวยงามแต่จะมีราคาแพงกว่าเ มื่อเปรียบเทียบเครื่องปรับอากาศชนิดต่าง ๆ ที่ มีขนาดเท่ากัน เครื่องปรับอากาศชนิดนี้จะมีประสิทธิภาพสูงกว่าและมีเทอร์โมสตัทแบบอิเลคทรอนิกส์ สำหรับควบคุมอุณหภูมิของห้อง เครื่องปรับอากาศ ชนิดแยกส่วนตั้งพื้น จะเหมาะกับห้องที่มีลักษณะ เป็นกระจกทั้งหมด หรือติดผ้าม่านรอบห้อง ไม่อาจเจาะช่องเพื่อติดตั้งได้ เครื่องปรับอากาศชนิดนี้ส่วนใหญ่จะมีประสิทธิภาพต่ำกว่า |
|
| ขั้นตอนที่ 4 ราคาและอายุการใช้งาน เมื่อซื้อเครื่องปรับอากาศ นอกจากจะคำนึงถึงราคาซื้อตอนแรกแล้ว รายจ่ายที่จะต้องจ่ายเป็นค่าไฟฟ้าทุกเดือนตอนใช้เครื่อง ก็มีความสำคัญในการเลือกซื้อด้วย นอกจากนี้จะต้องทราบอีก ด้วยว่าเครื่องปรับอากาศที่ใช้มีอายุการใช้งานมากน้อยเพียงใด โดยผู้ซื้อจะต้องพิจารณาราคาของเครื่องให้ดี เนื่องจากราคาไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับยี่ห้อ บางยี่ห้อมีค่าประสิทธิภาพต่ำกลับมีราคาแพง บางยี่ห้อมีค่าประสิทธิภาพสูงกลับ มีราคาถูกก็มี ดังนั้นขอให้ผู้ที่กำลังจะซื้อแอร์ควรดูปัจจัยต่างๆให้ดีด้วยนะครับก่อนทำการซื้อ เพราะถ้าซื้อแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้และต้องทนใช้ไปจนกว่าจะมีสตางค์ซื้อเครื่องใหม่ครับ 4 ขั้นตอนง่ายๆ ลองเลือกนำไปใช้นะครับ |